ประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษ เคล็ดไม่ลับในการเขียนประวัติส่วนตัว

แนะการการเขียนประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษเขียนอย่างให้ให้เหมาะสม เขียนประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษที่ดีเป็นอย่างไรนั้นเรามาศึกษาไปพร้อมๆ กันเลย

online-resume

เบื่อเจ้านาย เบื่องานเก่า เงินเดือนน้อย เดินทางไกล เพื่อนร่วมงานไม่ดี สิ่งแวดล้อมแย่ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัญหาให้คุณอยากเปลี่ยนงานใหม่ใช่ไหมล่ะ ไม่ใช่เรื่องผิดเลย เพราะใคร ๆ ก็ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิตตัวเองทั้งนั้น เพียงแต่คุณต้องแน่ใจนะว่า สิ่งที่คุณกำลังจะได้มา มันดีกว่าเดิมจริง ๆ

หากคุณกำลังคิดจะหางานใหม่ โดยการใช้เรซูเม่ (Resume) แบบเดิม ๆ บอกได้เลยว่า อีกนานกว่าที่คุณจะได้งานใหม่สมใจ และสมัยนี้บริษัทไหนๆ เค้าก็อยากได้ Resume ภาษาอังกฤษทั้งนั้นล่ะจ้ะ ฉะนั้นวันนี้เราเลยนำเอากลเม็ดเคล็ดลับในการทำ Resume หรือเรียกอย่างไทยๆ ว่า ประวัติส่วนตัว แบบแจ่มๆ เด็ดดวง มาฝากันจ้ะ

เริ่มต้นด้วย

หัวกระดาษ : แนะนำให้ใช้ ชื่อและนามสกุล ในบรรทัดแรกสุด ต่อมาบรรทัดที่สอง เป็นที่อยู่ปัจจุบัน และบรรทัดที่สาม บรรทัดสุดท้าย ให้ใช้ เบอร์โทรศัพท์มือถือ(ที่สามารถติดต่อได้) เลือกใช้เพียงหมายเลขเดียว และอีเมล์ในการติดต่อ เป็นอันเสร็จเรื่องหัวกระดาษ จากนั้นขีดเส้นยาว ๆ 1 เส้น เพื่อเริ่มหัวข้อต่อไป

หัวข้อต่อมาให้เริ่มด้วย ตำแหน่งที่ต้องการสมัคร, บรรทัดถัดมาเป็นเงินเดือนที่ต้องการ, วัน เดือน ปี เกิด, ประวัติการศึกษา (ประกอบด้วย สถานศึกษา, คณะ และวิชาเอก(ถ้ามี),ปีที่ทำการศึกษา) และเกรดเฉลี่ยโดยเริ่มจากปัจจุบัน และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น  ส่วนสูง, น้ำหนัก, เชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น (หากจะใส่กรุ๊ปเลือดลงไปด้วยก็ไม่ว่ากัน) อ่อ อย่าลืมแปะรูปถ่ายที่เป็นการเป็นงาน ขนาด 2 นิ้ว ไว้ที่ด้านขวามือบนด้วยล่ะ

ประวัติการทำงาน ในส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญที่สุด ให้คุณเริ่มจากการทำงานให้ปัจจุบันไปหาอดีต ตัวอย่างเช่น

Working Experience

2012 – Present (ปัจจุบัน)  : ABC Company Limited  Position  : Admin

Salary : 15,000 bath/month

เมื่อใส่ประวัติการทำงานจนครบหมดแล้ว ถัดมาหากคุณมีใบประกาศนียบัตรอะไรที่รับรองถึงความสามารถหรือการฝึกอบรมเรื่องใดมาบ้าง ก็สามารถใส่ตรงนี้ได้เลย โดยแยกเป็นเรื่องเดียวกันหรือเรื่องที่คล้ายคลึงกันอยู่ด้วยกัน โดยเรียงจากปีล่าสุดขึ้นต้นก่อนเสมอ

ความสามามารถทางภาษา คุณพูดอ่านเขียนได้กี่ภาษาก็ใส่ลงไปให้หมด แล้วก็ใส่ระดับของแต่ละภาษาด้วยว่า คุณมีความสามารถในภาษานั้นๆ ระดับใด โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้กันสามระดับคือ พอใช้ ดี และ ดีมาก

ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะ หากมีใบขับขี่แล้วก็อย่าลืมใส่ลงไปด้วยล่ะ

และอย่างสุดท้ายคือ งานอดิเรก ชอบทำอะไรในเวลาว่าง ๆ ก็ใส่ลงไปได้ เช่น ทำกับข้าว อ่านหนังสือ ดูหนัง( สามารถระบุแนวหนังที่ดูด้วยก็ได้)

เอาละ ทีนี้ประวัติส่วนตัวภาษาอังกฤษของคุณก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้งาน พร้อมที่จะให้คุณใช้เป็นใบเบิกทางในการหากโอกาสดี ๆ ในชีวิตแล้วละ

Rate this post

Facebook Comments

Facebook Comments